วิชาการปฐมวัย

หลักสูตรการศึกษาระดับปฐมวัยโรงเรียนตรีภัทร

  หลักสูตรระดับปฐมวัยโรงเรียนตรีภัทรเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นให้เด็กได้รับการพัฒนาและได้เรียนรู้อย่างมีความสุข อบอุ่นอยู่ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก โดยเน้นให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการจัดประสบการณ์บูรณาการที่เด็กได้สัมผัส ได้ทดลอง ได้เล่น โดยตระหนักถึงวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของสังคมและสิ่งแวดล้อม

  นอกจากนี้เด็กยังได้รับการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับการพัฒนาการและความสนใจของเด็กเป็นรายบุคคล ให้ได้รับการพัฒนาพร้อม ๆ กันไปทุกด้าน  ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยได้รับการพัฒนาอย่าง  ต่อเนื่องถูกต้องจากผู้ที่อยู่แวดล้อมตัวเด็ก ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ผู้สอน ผู้บริหารและ  ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กทุกคนล้วนส่งผลต่อการพัฒนาเด็กให้มีศักยภาพและเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของประเทศชาติ สามารถอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข

  จากข้างต้นที่กล่าวมาทางโรงเรียนยังได้มีการจัดการเรียนรู้เสริมหลักสูตรในวิชาภาษาอังกฤษซึ่งนักเรียนจะได้สนทนาภาษาอังกฤษและภาษาจีนกับครูชาวต่างชาติ อีกทั้งยังมีการสอนดนตรีสากลโดยทีมงานมืออาชีพระดับประเทศ (ครูตู่ : อาจารย์พรชัย ศรีศุภรวัฒนา) ซึ่งได้แชมป์ Special Award รุ่น Junior Speciality Band อายุไม่เกิน 12 ปี ในการแข่งขันการประกวดวงโยธวาทิตโลก ครั้งที่ 4 “4th Kuala Lumpur World Marching Band Competition 2010” ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย


การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

          กิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละวัน โรงเรียนตรีภัทรได้จัดกิจกรรม 6 กิจกรรมหลัก ดังต่อไปนี้

          1. กิจกรรมเสรี เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเล่นอิสระตามมุมเล่น มุมประสบการณ์ที่จัดไว้ภายในห้องเรียน เพื่อช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ เกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดจินตนาการ และความสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุมบ้าน มุมดนตรี มุมวิทยาศาสตร์ เล่นน้ำ หรือเล่นทราย รวมทั้งกิจกรรมทางศิลปะต่าง ๆ เช่น ปั้นแป้ง วาดภาพ ระบายสี พับกระดาษ งานประดิษฐ์ ฯลฯ

          2. กิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาเด็กให้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยใช้ศิลปะวิธีการต่าง ๆ เป็นเครื่องมือ เช่นการวาดภาพ ระบายสี พิมพ์ภาพ ปั้น ฉีก ตัดปะ การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งแปลกใหม่ ฯลฯ ในการทำกิจกรรมเหล่านี้จะเน้นการพัฒนากระบวนการทำงานมากกว่าผลงาน ซึ่งครูจัดกิจกรรมดังกล่าวนี้ทุกวัน โดยเลือกจัดได้ตามความเหมาะสมและสมดุล

          3. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมในวงกลมหรือเป็นกิจกรรมกลุ่มย่อย/กลุ่มใหญ่ จัดเพื่อให้เด็กมีโอกาสได้ฟัง พูด สังเกต คิด และปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความคิดรวบยอด เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน โดยจัดในรูปแบบการสนทนา อภิปราย ซักถาม สาธิต ทดลอง เล่านิทาน บทบาทสมมติ ร้องเพลง เกม ท่อนคำคล้องจอง ศึกษานอกสถานที่

          4. กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการทำงานประสานสัมพันธ์ของอวัยวะต่าง ๆ การเล่นกลางแจ้งเป็นการตอบสนองความต้องการตามธรรมชาติของเด็กช่วยให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดี จิตใจเบิกบาน สดชื่น แจ่มใส มีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับเด็ก ผู้ใหญ่ทำให้รู้บทบาทของการเล่นและการอยู่ร่วมกัน กิจกรรมกลางแจ้งได้แก่ การเล่นเครื่องเล่นสนาม เล่นทราย เล่นน้ำ เข็น จูง เคลื่อนไหวข้างเครื่องกีดขวาง ฯลฯ

          5. กิจกรรมดนตรี เคลื่อนไหว และจังหวะ เป็นกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ตามจังหวะอิสระ โดยใช้เสียงเพลงคำคล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ และอุปกรณ์อื่น ๆ ประกอบการเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ รู้จังหวะและควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้

          6. กิจกรรมเกมการศึกษา เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา ทักษะคณิตศาสตร์ ทักษะมิติสัมพันธ์ และทักษะภาษา พัฒนากระบวนการคิด และเกิดความคิดรวบยอด เกมการศึกษามีกฎกติกาง่าย ๆ เด็กสามารถเล่นคนเดียว หรือเล่นเป็นกลุ่มได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เด็กได้ฝึกการสังเกต การจำแนก การแยกประเภทการจัดหมวดหมู่ การใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล การตัดสินใจแก้ปัญหาการทำงานประสานสัมพันธ์มือกับตา การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่นและยังเป็นการทบทวนเนื้อหาจากหน่วยการเรียนการสอนหรือทักษะที่เด็กเรียนรู้ไปแล้ว โดยเรื่องลำดับความยากง่ายของแต่ละเกมและจัดสัมพันธ์กับหน่วยการเรียน

         ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 ได้จัดเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

         นอกจากนี้โรงเรียนยังมีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง เด็กได้ลงมือกระทำ เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้เคลื่อนไหว สำรวจ เล่น สังเกต สืบค้น ทดลอง และคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นในบรรยากาศที่อบอุ่น มีความสุข และได้เรียนรู้การทำกิจกรรม แบบร่วมมือ (Co-operative Learning) ในลักษณะต่าง ๆ กัน โดยมีการจัดกิจกรรม พัฒนาผู้เรียนในรูปแบบการจัดโครงสร้างต่าง ๆ เช่น โครงการทัศนศึกษานอกสถานที่


การวัดและประเมินผลระดับปฐมวัย

  ประเมินผลจากพัฒนาการของเด็กในแต่ละระดับชั้นเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง จากการทำกิจกรรมและกิจวัตรประจำวันมีรูปแบบที่หลากหลายเอื้อต่อพัฒนาการตามวัยทั้ง 4 ด้านสอดคล้องกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ การประเมินผลจึงต้องอาศัยแหล่งข้อมูล หลักฐานต่าง ๆ ที่หลากหลายเพื่อสะท้อนภาพที่เป็นจริงของผู้เรียน ครูผู้สอนประเมินผู้เรียนได้ตามสภาพจริง และมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงหรือส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้นและเป็นการเปรียบเทียบพัฒนาการของผู้เรียนในระดับต่อไป และช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มศักยภาพอย่างเหมาะสมกับวัย โดยวิธีประเมินผลดังนี้

                        1. การสังเกตพฤติกรรมของเด็กโดยครูเป็นผู้สังเกตขณะที่เด็กทำกิจกรรม

                        2. การบันทึกพฤติกรรมของเด็กโดยการสัมภาษณ์

                        3. สารสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียนโดยผ่านสมุดรายงานพฤติกรรม

                        4. สอบถามพฤติกรรมเด็กจากผู้ปกครอง ในวันนัดประเมินพัฒนาการ

                        5. การให้ความร่วมมือ และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของเด็ก

                        6. การสนทนาโต้ตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเหมาะสม

                        7. การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

                        8. การใช้แบบทบทวนเนื้อหาตามหน่วยการเรียนการสอน

  9. การรวบรวมผลงานในรูปแบบของแฟ้มสะสมผลงาน