“กว่าจะรู้…ก็ไม่เหลือใคร”

0
122

“กว่าจะรู้…ก็ไม่เหลือใคร”
มนุษย์ทุกคนล้วนมี “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเราทุกคนย่อมรักตัวเอง แต่การรักตัวเองนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ไม่เอาเปรียบผู้อื่นหรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน แต่บุคคลที่ถูกเรียกว่าเป็น “คนเห็นแก่ตัว” เป็นที่เข้าใจกันดีว่าคนประเภทนี้คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อคนอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนกระทำล้วนมีแต่ผลประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ ซึ่งคนประเภทนี้จะไม่รู้จักคำว่า “เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่” ด้วยใจอันบริสุทธิ์ และคงไม่มีใครอยากถูกเรียกว่าเป็น “คนเห็นแก่ตัว” เราจึงต้องหันกลับมาทบทวนการกระทำของตนเองว่าเป็นคนอย่างไร ต้องยึดมั่นในการทำความดี ทำสิ่งที่ถูกต้อง

ซึ่งการทำสิ่งที่ถูกต้องนั้นอาจจะต้องขัดใจตนเองหรือขัดใจผู้อื่นบ้าง และเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ผลของการกระทำนั้นเองว่า ที่เราได้กระทำไปนั้น ถูกต้องแล้ว ควรทำแล้ว ซึ่งทำให้เกิดความสุขที่ยั่งยืน แต่มนุษย์เรามักจะเลือกทำในสิ่งที่ตนพอใจ และคิดเข้าข้างตนเองว่าเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะเกิดปัญหาตามมาให้ต้องคอยแก้ไข จึงเป็นได้แค่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราว แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่ตนกระทำอยู่นั้นถูกต้องหรือควรทำจริงหรือ? การทำสิ่งที่ถูกต้องจะต้องไม่เป็นการกระทำที่เบียดเบียนผู้อื่น ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น ยอมขัดใจตนเองหรือผู้อื่นในการกระทำสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ แล้วจะรู้ว่าความสุขที่ยั่งยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม ถ้าเราสามารถทำได้อย่างนี้ เราก็จะได้ชื่อว่าเป็น “คนดี” อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ผลของการกระทำดี ก็จะส่งเสริมให้ชีวิตของเรามีแต่ความเจริญรุ่งเรือง มีมิตรแท้มากมาย

กุญแจสำคัญของการเป็น “คนดี” อยู่ที่ “ใจของเรา” คิดดี ทำดี เป็นคนดีง่ายนิดเดียว ทำซะตอนนี้เดี๋ยวนี้ จะได้รู้ตัวก่อนที่จะไม่เหลือใคร

ที่เขียนมาข้างต้นเป็นเพียงการเสนอความคิด ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล

โปรดใ้ช้วิจารณญาณในการอ่าน : ไฮเปอร์

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้